RAD UPDATES

Jan 30, 2019 / ดู 229 ครั้ง

ก้าวสู่ปีที่ 5 อย่างเต็มภาคภูมิกับ Kolour In The Park 2019 ระเบิดความมันส์กับหลากหลายแนวดนตรีพิเศษสุดเท่าที่เคยมีมา

คัลเลอร์ (Kolour) ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานอีเว้นท์และปาร์ตี้แบบเต็ม วันลำดับต้นๆของไทย เผยรายละเอียดงาน  “สิงห์ มิวสิค พรีเซนต์: คัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์ค 2019 ” (Singha Music Presents: Kolour In The Park 2019) ประจำปีครั้งที่ 5 ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ Singha, Johnnie Walker, Smirnoff, Grab, Pullman Bangkok Hotel G และ Red Bull เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ไม่เหมือนใครนี้ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีด้วยความมุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์และ ความทรงจำที่น่าประทับใจอย่างไม่รู้ลืม โดยงานในปีนี้จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 มีนาคม 2562 ณ ไทยเวคพาร์ค ลำลูกกาคลอง 6 จังหวัดปทุมธานี สำหรับราคาตั๋วแบบปกตินั้นจำหน่ายอยู่ที่ราคา 1,500 บาท และตั๋ว Kolour Plus+ ราคา 2,900 บาท สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ www.kolourinthepark.com ที่หน้างานบัตรเข้างานปกติจะจำหน่ายในราคา 2,100 บาทและบัตร Kolour Plus+ ราคา 3,900 บาท
 
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของผู้จัดงานเทศกาล ดนตรีในภูมิภาคเอเชีย คัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์ค ได้ต่อยอดและเพิ่มสีสันด้วยแนวดนตรี และรายชื่อศิลปินต่างๆ ที่หลากหลายที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกเหนือไปจากประสบการณ์ที่เคยสร้างภาพจำอันเป็นเอกลักษณ์ในปีก่อนๆ ที่ผ่านมากับแนวเพลงเฮาส์และเทคโน เวที ‘Park’ ซึ่งมาใหม่ล่าสุดยังได้รวบรวมการแสดงสด จากศิลปินคุณภาพหลากหลายชีวิต ซึ่งครอบคลุมไปถึงแนวเพลงอิเล็คโทรนิกส์ อินดี้ที่ได้รับอิทธิพลจากดิสโก้ แจ๊ส เฮาส์ ฮิพฮอพ อิเล็กโทรนิกา และอินสตรูเมนทัล ในขณะที่เวที ‘Shelter’ ยังคงรักษากลิ่นอายดั้งเดิมของ คัลเลอร์ไว้เป็นอย่างดีกับแนวเพลงเฮาส์และเทคโนที่ยอดเยี่ยม ควบคู่ไปกับแนวทางการนำแนวเพลงต่างๆ และเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่ทุกท่านจะได้สัมผัสภายในงาน คัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์ค จะจัดขึ้นเพียง 1 วัน แทนที่จะเป็น 2 วันอย่างที่เคยมีมา ซึ่งเป็นเครื่องการันตีได้เป็นอย่างดีว่า ทุกท่านจะได้รับประสบการณ์ทางดนตรีที่พิเศษสุด จัดเต็ม อันแน่นครบทุกรสอย่างแน่นอน
 
คัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์ค ยังคงรักษาภาพลักษณ์ของงานที่เป็นผู้นำทางดนตรีเฉพาะกลุ่มและพร้อมที่จะบรรลุ เป้าหมายในการพัฒนาวงการเพลงในประเทศไทยด้วยการนำเสนอการแสดงที่หลากหลายจากศิลปินนานาประเทศ อาทิ Charlotte de Witte หนึ่งในดีเจและโปรดิวเซอร์แนวเทคโนผู้หญิงที่มากความสามารถ จากเบลเยี่ยม ที่ได้รับการยอมรับและเติบโตเร็วที่สุดในวงการนี้  Masego ศิลปินที่มาพร้อมทักษะทางดนตรีที่โดดเด่นครบ ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการเล่นแซกโซโฟน นักร้อง แร๊ปเปอร์ นักแสดง และดีเจ   SG Lewis นักร้องและนักแต่งเพลงอิเล็กทรอนิกส์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณและยังได้รับอิทธิพลจากแนวเพลงใต้ดินอีกด้วย Floyd Lavine ศิลปินแนวอิเล็กทรอนิคชาวแอฟริกาใต้ที่ตั้งรากฐานอยู่ในเบอร์ลิน ผู้ที่ได้รับแรงบันดาลใจใน การทำเพลง ในแอฟริกา และได้รับการยอมรับมากที่สุดคนหนึ่ง  Yung Bae โปรดิวเซอร์จากลอสแองเจลิสที่ได้ ผสมผสานซาวนด์เพลงแร๊ปเข้ากับแนวเพลงดิสโก้และดนตรีในยุค 80 Eskuche ดีเจแนวเฮาส์และโปรดิวเซอร์ ที่ตั้งถิ่นฐานในนิวยอร์ค และเบอร์ลิน สองเมืองหลวงแห่งดนตรี  ATMA ดีเจและโปรดิวเซอร์จากประเทศ ออสเตรเลีย ที่ถ่ายทอดความเป็นมืออาชีพในการผสมผสานดนตรีเฮาส์ เทคโน และเทคโน เฮาส์ ผู้ซึ่งมีความผูกพันกันมาก่อนหน้านี้แล้วจาก คัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์คในปีก่อนๆ ภายในงานยังมีศิลปินชื่อดังจากเมืองไทยด้วยเช่นกัน อาทิ Peking Opera การแสดงสดจากคู่ดีเจดูโอสัญชาติฝรั่งเศส-สวิส-ไทย และ Juany Bravo ศิลปินสัญชาติอเมริกาใต้ที่เติบโตมาเป็นโปรดิวเซอร์ด้วยการเรียนรู้ด้วยตัวเอง ที่ความสามารถทางดนตรีของ เขาครอบคลุมหลากหลายแนว ทั้ง ฮิพฮอพ ดิสโก้ ลาตินกรูฟ คลาสสิคเฮาส์ ซึ่งทำให้ชื่อของเขาเป็นที่รู้จัก ในแวดวงดนตรีใต้ดินในประเทศไทยเป็นอย่างดี  ทั้งนี้คัลเลอร์ได้ประกาศรายชื่อศิลปินกลุ่มสุดท้ายแล้ว ได้แก่ 
 
Fur Coat คู่หูดีเจและโปรดิวเซอร์จากกรุงบาร์เซโลน่า ผู้มาพร้อมดนตรีที่โดดเด่นด้วยท่วงทำนองสไตล์ Salsa และ Soul และ Hayden James ศิลปินชาวออสเตรเลีย ผู้มีทักษะด้านดนตรีสไตล์ Electronic Dance ระดับอัจฉริยะ โดดเด่นด้วยซาวดน์ที่แปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร และทำให้มียอดชมวีดีโอหลายสิบล้านครั้งบนยูทูบ ส่วนศิลปินในประเทศที่มาปิดท้ายได้แก่ Boris Rubin ดีเจชาวเยอรมันที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการดนตรีในประเทศไทยมานานกว่าสิบปี Dan Buri  หนุ่มชาวไทย เยอรมัน ผู้ก่อตั้งคนสำคัญของวงการดนตรีTechno ในกรุงเทพฯ Gramaphone Children นักดนตรีโซโลชาวกรุงเทพฯเจ้าของค่ายเพลง Kitsch Cat Records สายฟังค์ ดิสโก้ และ Kuroten ดีเจและโปรดิวเซอร์จากแอฟริกาใต้ หนึ่งในศิลปินที่น่าจับตามองในทวีปเอเชีย
 
Kolour In The Park 2019 จะเป็นงานอีเว้นท์ที่ทุ่มเทและสร้างความทรงจำอันสุดประทับใจให้แก่ผู้ที่มาร่วมงานทุกคน โดยงานนี้ยังได้รับความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับโปรดิวเซฮร์และนักออกแบบจากทั้งในประเทศและนานาประ- เทศ ใแต่ละปี คัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์ค มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์โปรดักชั่นให้ยิ่งใหญ่ครบทุกองค์ประกอบไม่ว่าจะเป็น การออกแบบเวทีที่ มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ๆรวมไปถึงเทคนิคสุดพิเศษ ทั้งแสง สี เสียง จัดเต็มไม่อั้น ผู้ร่วม งานจะสนุกไปกับประสบการณ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสันอันน่าตื่นเต้น อีกทั้งเพลิดเพลินไปกับการแสดงงานศิลปะ รูปปั้น การแสดงต่างๆ บูทิคบาร์ ฟู๊ด ทรัค อาหารนานาชนิด และบริการนวดฟรี
 
ทีมงานของคัลเลอร์ อิน เดอะ พาร์ค ประกอบไปด้วยหลากเชื้อชาติหลายวัฒนธรรมทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่พำนักในไทยมาร่วมงานกันเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และภูมิหลังทั้งในเรื่องงานดนตรี งานบันเทิง และงานรื่นเริงในยามค่ำคืน ทั้งนี้เพื่อตอกย้ำจุดยืนในฐานะผู้จัดงานที่ใหญ่ที่สุดเพียงรายเดียวที่เน้นเฉพาะดนตรี ในแนวเฮาส์ เทคโน และอิเล็กโทรนิก้าและแนวเพลงอื่นๆที่อยู่นอกเหนือจากกระแสหลักในประเทศไทย นอกจากงานคัลเลอร์ อินเดอะ พาร์ค ทางทีมงานคัลเลอร์ก็เคยจัดปาร์ตี้ฉีกแนวสุดเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้แนวคิดแบบ “อันเดอร์กราวด์” อาทิ คัลเลอร์ แวร์เฮาส์ (Kolour Warehouse) คัลเลอร์ ไลฟ์ (Kolour Live) คัลเลอร์ บีชไซด์ ปาร์ตี้ (Kolour Beachside Party) ตลอด 7 ปีที่ผ่านมาในวงการดนตรีไทย
 
ติดตามข้อมูลข่าวสารล่าสุดได้ที่:
เว็บไซต์ - www.kolourinthepark.com
Facebook อีเว้นท์ - bit.ly/KITP2019
 




Dan Buri

Eskuche

Fur Coat

Hayden James

Marie Wynants

Floyd Lavine

Juany Bravo

Masego

 

เกี่ยวกับ Kolour

Kolour เปิดตัวในกรุงเทพมหานครในปี 2011 และโด่งดังที่สุดในเรื่องการจัดปาร์ตี้ยามราตรีที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ   
 
โดยที่ผ่านมา Kolour ได้จัดงานเพื่อมอบความสุขให้แก่ผู้คนไปแล้วกว่า 40,000 คน ในสถานที่ 20 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ร่วมกับดีเจที่ทั่วโลกต่างใฝ่ฝันที่จะได้มาร่วมงานอย่าง Sven Vath, Oliver Koletzki และ Booka Shade 
 
ความมุ่งมั่นของ Kolour ก็คือ “เราช่วยทุกคนที่มีใจเปิดกว้าง ผู้ที่เบื่อกับดนตรีสายหลักและตามกระแส เราตั้งใจมองหาประสบการณ์ที่แปลกใหม่และน่าจดจำด้วยการนำเสนอผลงานที่มีความสร้างสรรค์ คืนความดีคืนให้กับชุมชน เรามอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้มีใจรักในดนตรีอย่างไม่ย่อท้อ เราอยู่ที่นี่เพื่อเปิดใจและขยายฐานคนที่รักในดนตรี ผ่านความรัก สายใย และมุมมองที่แตกต่างกัน ผ่านงานปาร์ตี้ระดับตำนาน! เราจะรู้ได้ว่าเราประสบความสำเร็จ ก็ต่อเมื่อได้เห็นรอยยิ้มจากคนมาเที่ยงานกว่า 20,000 คน การได้รับการยอมรับในแวดวงนี้ด้วยผลงาน และรางวัลเป็นเครื่องการันตีว่าเราคือที่หนึ่งในเอเชีย เราคือคัลเลอร์!”