-
-




RAD UPDATES
Sep 18, 2018 / ดู 2,875 ครั้ง

[Review] Dua Lipa Live In Bangkok คอนเสิร์ตของป็อบสตาร์สาวคนใหม่ที่ทั้งสนุก, เซ็กซี่ และชวนหลงใหลในทุกโมเมนต์!

รีวิวความประทับใจที่มีต่อ ‘Dua Lipa Live In Bangkok’ คอนเสิร์ตครั้งแรกในเมืองไทยของหนึ่งในป็อบสตาร์สาวที่มาแรงที่สุด ณ เวลานี้ เมื่อ 17/09/2018 ที่ GMM Live House โดย RadRadioFM Team
 


มาถึงจุดนี้แล้ว สาวกเพลงป็อบชาวไทยน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักชื่อของเธอคนนี้ แม้ว่าเธอจะเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่เพิ่งจะมีสตูดิโออัลบั้มเพียงแค่ชุดเดียว แต่ด้วยความสามารถทางการร้องชนิดหาตัวจับได้ยาก บวกกับบุคคลิกสุดเปรี้ยวที่ใครเห็นเป็นต้องถูกใจ ‘Dua Lipa’ ป็อบสตาร์สาววัย 23 ปี จากอังกฤษผู้ออกตามล่าความฝันในสายดนตรีตั้งแต่อายุยังน้อย และค้นพบสไตล์เพลงที่ใช่นับตั้งแต่ปล่อยซิงเกิ้ลแรก จึงทำให้อัลบั้มเปิดตัวในปี 2017 เต็มไปด้วยเพลงป็อบมากเสน่ห์, ติดหูทุกๆเเทร็ก และส่งให้เธอคนนี้กลายเป็นหนึ่งในศิลปินดาวรุ่งที่ทุกคนจับตามองมากที่สุด ณ วินาทีนี้เป็นที่เรียบร้อย ตลอดจนการดึงตัวไปร่วมงานกับศิลปินเบอร์ใหญ่มากมายในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา
 


การได้มาเยือนเมืองไทยเป็นครั้งในช่วงที่มียังมีผลงานอัลบั้มแค่ชุดเดียว แสดงให้เห็นว่าสาว Dua สามารถเข้าถึงผู้คนในวงกว้างอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่นาน ด้วยบรรดาเพลงป็อบมากสีสันของเธอ และต้องบอกเลยว่าหลังจากได้ชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ของเธอตลอด 1 ชั่วโมง 30 นาทีแล้ว สาว Dua ก็ได้สร้างความมั่นใจให้กับเราว่า เธอนี่แหละ คือ ‘Future of Pop’ ตัวจริง!!
 


สาว Dua เลือกเปิดเวทีด้วย 'Blow Your Mind (Mwah)' ซิงเกิ้ลอิเทคโทรป็อบสุดสนุกที่เน้นเสียงเบสและกลองอันหนักหน่วง หลังจากการเล่นอินโทรตัวเปิดที่มี opening speech สุดมั่น ปลุกให้แฟนๆในคอนเสิร์ตได้รับรู้ว่าโชว์ของเธอในครั้งนี้จะเป็นการปลดปล่อยความเป็นตัวเองของทุกๆคนออกมาอย่างหมดเปลือกโดยไม่แคร์อะไรทั้งนั้น ก่อนที่เธอจะร่ายมนต์ด้วยทัพเพลงป็อบแดนซ์แบบนันสต็อป ตั้งแต่การ mash-up ระหว่างแทร็กของเธออย่าง ‘Dream’ และ ‘No Lie’ ซิงเกิ้ลของนักร้องเร้กเก้, ฮิปฮอป Sean Paul ในท่อนของเธอที่ร่วมฟีทเจอร์ริ่ง ตามมาด้วย ‘My Love’ อีกหนึ่งซิงเกิ้ลจากศิลปินรายอื่นที่เธอไปร่วมร้อง จนมาถึงซิงเกิ้ลอิเลคโทรป็อบที่ลดจังหวะลงมาจาก 4 เพลงแรกอย่าง ‘Lost In Your Light’ ที่เน้นพลังเสียงร้องโทนเข้มของเธอมากขึ้น และเธอก็สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการร้องในท่อนของนักร้องอาร์แอนด์บี Miguel ได้ต่อไปอย่างไม่มีความรู้สึกติดขัด นี่จึงเป็นโชว์ที่เธอดีไซน์ออกมาได้โดดเด่นมากที่สุดในเซ็ตแรกนี้เลยก็ว่าได้
 


ในเซ็ตต่อมา เป็นช่วงที่เราค่อนข้างประทับใจในการเลือกเพลงของ Dua เป็นอย่างมาก เพราะเธอได้ปรับจังหวะจากบรรดาเพลงป็อบแดนซ์สนุกสุดเหวี่ยงที่ได้ร้องจบไปก่อนหน้า มาเป็นเพลง slow-burn ที่เน้นอารมณ์เพลงและพลังเสียงร้องมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ ‘High’ ซิงเกิ้ลสุดเซ็กซี่ซึ่งเป็นซาวด์แทร็กจากภาพยนตร์ 'Fifty Shades Freed' ที่ดุเดือนเลือดพล่านทั้งคอรัส, ดนตรี, แสง และแดนเซอร์ที่มีเพียงแค่ 2 คนก็สามารถเอาอยู่หมัด ตามมาด้วยบรรดาแทร็กที่จัดอยู่ในอารมณ์เดียวกันทั้ง ‘Garden’ และ ‘Last Dance’ และปิดท้ายด้วย ‘Be The One’ ซิงเกิ้ลซินธ์ป็อบสร้างชื่อที่เรายกให้เป็นไฮไลท์ของค่ำคืนเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่การคุมเสียงร้องของเธอที่ดีเยี่ยมเทียบเท่าเวอร์ชั่นสตูดิโอ บวกกับเมโลดี้สุดเพราะซึ่งเป็นเสน่ห์เด็ดของเพลงนี้ที่ส่งไปยังผู้ชมให้มีส่วนร่วมไปกับโชว์อย่างเต็มที่ รวมถึงท่วงท่าประกอบเพลงแบบฟรีสไตล์ของเธอกันก็หลงใหลมากๆเช่นกัน
 


หลังจากที่เอนเนอร์จี้ของเธอและผู้ชมคละคลุ้งไปทั่วทั้ง GMM Live House เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอก็พาเข้าสู่โหมดเพลงบัลลาดที่โชว์เสียงร้องสุดกระชากกว่าทุกๆแทร็กที่ผ่านมา ในแทร็ก ‘Thinking ‘Bout You’ เคล้าไปกับโซโล่กีตาร์ไฟฟ้าสุดแสนไพเราะ ต่อด้วย ‘New Love’ ซิงเกิ้ลแรกในชีวิตของเธอที่โดดเด่นด้วยเสียงกลอง และท่อนฮุคอารมณ์เหงาจับใจ ที่เธอขับร้องออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ตามมาติดๆกับ ‘Genesis’ ที่แม้จะอัพบีทขึ้นมากว่าเดิมแล้ว แต่อามรณ์เหงาของเพลงก็รุนแรงมากๆเช่นกัน และถึงอย่างนั้น สาว Dua ก็ไม่ปล่อยให้ผู้ชมต้องมาฟูมฟายนาน เธอนำ ‘One Kiss’ ซิงเกิ้ลสไตล์เฮ้าส์ย้อนยุคของดีเจสุดฮอต Calvin Harris ขึ้นมามอบความสนุกให้กับแฟนๆต่อ และที่ผู้ชมทั้งฮอลล์ก็ถึงกับเฮกันยกใหญ่ เมื่อเธอเลือกซิงเกิ้ล ‘Scared To Be Lonely’ ของหนูน้อยมหัศจรรย์ Martin Garrix ตามมาแบบติดๆ
 


มาถึงช่วง Emotional ที่สาว Dua นำแทร็กดิ่งลึกไปถึงก้นบึ้งของอารมณ์มากที่สุดในโชว์อย่าง ‘Homesick’ มาขับร้อง ที่ต้องบอกว่าเธอร้องได้บาดลึกยิ่งกว่าการฟังในเวอร์ชั่นสตูดิโอเสียด้วยซ้ำ และจะไม่สมบูรณ์แบบขนาดนี้ได้เลย ถ้าหากเพลงต่อไปที่เธอเล่นนั้นไม่ใช่ ‘No Goodbyes’ จนเธอถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาเลยทีเดียว ถือเป็นอีกภาพความประทับใจในคอนเสิร์ตครั้งนี้สำหรับใครหลายคนอย่างแน่นอน
 

 

ในช่วงท้ายของโชว์ ก็ถึงเวลาของบรรดาซิงเกิ้ลฮิตถล่มถลายที่ทุกคนต่างรอคอยที่จะได้ฟังและร้องตามแบบสดๆ เริ่มจาก ‘Hotter Than Hell’ และแทร็กที่เป็นเอาท์โทรของคอนเสิร์ตอย่าง ‘Begging’ ก่อนที่การอคอยของแฟนๆหลายคนจะสิ้นสุดลงในช่วง Encore ด้วยสองซิงเกิ้ลสุดปังที่ทุกคนต่างทราบในสรรพคุณความร้ายกาจและพลังทำลายล้างของมันเป็นอย่างดี คือ ‘IDGAF’ และ ‘New Rules’ ที่ปิดม่านคอนเสิร์ตสุดเซ็กซี่ และพลังอันล้นเหลือแบบไม่มีตก ตั้งแต่ต้นจนจบของป็อบสตาร์สาวได้อย่างงดงาม ที่เวลาเกือบชั่วโมงครึ่ง ผ่านไปอย่างรวดเร็วซะเหลือเกิน
 


โชว์ในคอนเสิร์ตที่สร้างความประทับใจให้กับเรามากที่สุด : ‘Blow Your Mind (Mwah)’, ‘Lost In Your Light’, ‘High’, ‘Be The One’, ‘Thinking ‘Bout You’, ‘Genesis’, ‘One Kiss’, ‘Scared To Be Lonely’, ‘Homesick’, ‘Hotter Than Hell’, ‘IDGAF’
 

สรุปความประทับใจ : Dua Lipa ทำให้ทุกอย่างในโชว์ของเธอให้กลายเป็นเรื่องที่ดูง่ายดายไปหมดอย่างน่าเหลือเชื่อ เธอสามารถเอาคนดูอยู่หมัดนับตั้งแต่วินาทีแรกที่ปรากฏบนเวทีด้วยเสื้อผ้าหน้าผมที่ดูชิว กระฉับกระเฉง พร้อมที่จะปลดปล่อยความสนุก และรับส่งอารมณ์กับผู้ชมอย่างเต็มที่ตลอด 1 ชั่วโมงกับอีก 30 นาทีแบบไม่มีติดขัด ที่สำคัญคือเธอเลือก Setlist ได้อย่างฉลาด ไปจนถึงดนตรีสดที่มีการใส่ลูกเล่นมากมายก็สามารถเพิ่มความไพเราะให้กับเพลงจากเวอร์ชั่นสตูดิโอได้เป็นอย่างดี นี่จึงถือเป็นอีกหนึ่งโชว์คุณภาพจากศิลปินป็อบหญิงที่คุ้มค่าแก่การชมมากๆ และพวกเราก็รอแทบไม่ไหวแล้วที่จะติดตามผลงานเธอในก้าวต่อๆไปซึ่งมีแต่จะปังขึ้นเรื่อยๆอย่างแน่นอน
 

 

 

 

ขอขอบคุณ Live Nation BEC-Tero

เนื้อหา ทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์นี้อยู่ภายใต้ความคุ้มครองลิขสิทธิ์และกฎหมาย ทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยและระหว่างประเทศ และห้ามทำซ้ำ เผยแพร่ ส่งผ่าน แสดง ตีพิมพ์หรือถ่ายทอดโดยที่ไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทบี อีซี-เทโร เรดิโอ จำกัด และ/หรือบริษัทในเครือก่อน หรือจากเจ้าของเนื้อหา ในกรณีที่เนื้อหาดังกล่าวเป็นของบุคคลภายนอก ห้ามแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือนำออกไปซึ่งเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์หรือเครื่องหมายอื่นใดที่ปรากฎอยู่ในเนื้อหาโดยเด็ดขาด