NEWS

[Review] ไลฟ์เซ็ตครั้งแรกในไทยของ Flume โปรดิวเซอร์หนุ่มที่ปฏิบัติต่อเสียงดนตรีราวกับงานศิลปะ

Aug 23, 2019

การที่แฟนเพลงชาวไทยจะได้สัมผัสกับประสบการณ์การชมคอนเสิร์ตจากศิลปินอิเลกทรอนิกส์ในรูปแบบ Live Set นั้น ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นกันบ่อยนัก จนกระทั่งการมาถึงของ Harley Streten หรือ ‘Flume’ ดีเจและโปรดิวเซอร์หนุ่มสัญชาติออสเตรเลียหัวครีเอทีฟจากสังกัด Future Classic ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในศิลปินสาย Future Bass ผู้มีฝีไม้ลายมืออันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กับการนำ Live Set อันน่าตื่นตาตื่นใจของเขา มาเยือนเมืองไทยเป็นครั้งแรก ณ Centerpoint Studio เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 สิงหาคม)
 


ตลอด 1 ชั่วโมงกับอีกราวๆ 30 นาทีของโชว์นั้น ได้ผ่านการคิดและร้อยเรียงอย่างละเอียดและพิถีพิถัน โดยหนุ่ม Flume ได้ยึดแทร็กจากมิกซ์เทปล่าสุดอย่าง ‘Hi This Is Flume’ มาเป็นตัวชูโรง ผสานเข้ากับซิงเกิ้ลฮิตและแทร็กเด่นๆจากสองสตูดิโออัลบั้มสร้างชื่อ ทั้งอัลบั้มเดบิวต์ self-titled และ ‘Skin’ รวมถึงแทร็กจากอีพีและซิงเกิ้ลสแตนอโลนเป็นระยะๆ ซึ่งเมื่อได้ฟังจากเวอร์ชั่นสดแล้ว เพลงเหล่านี้ต่างแพรวพราวไปด้วยเมโลดี้ที่แปลกใหม่และซับซ้อนมากขึ้น จากเทคนิคการผสมเสียงด้วยอุปกรณ์ต่างๆกันแบบสดๆบนเวที พร้อมความคมของซาวด์ที่เต็มไปด้วยเลเยอร์ ความหนักแน่นและกระหึ่มของดรอปเบส ก็ยิ่งทำให้โชว์ออกมากลมกล่อมสุดๆ แถมยังมีโมเมนต์สุดเซอร์ไพรส์มากมาย โดยเฉพาะการนำสองศิลปินคนสนิทอย่าง Vera Blue และ Reo Cragun ขึ้นไปขับร้องและช่วยสร้างสีสันบนเวที
 


โดยสาว Blue เจ้าของตำแหน่งอันดับสามจากรายการ The Voice Australia ซีซั่นสอง การพร้อมกับการแสดงในบทเพลงที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดีอย่าง “Never Be Like You” ที่แม้ว่าเธอจะไม่ใช่เจ้าของเสียงร้องต้นฉบับ แต่เธอก็สามารถเข้าถึงอารมณ์เพลงในแบบที่เราคุ้นเคยได้อย่างไร้ที่ติ รวมถึงไอดีใหม่อย่าง “Rushing Back” ที่ Flume และเธอเคยเดบิวต์เป็นครั้งแรกในเทศกาลดนตรี Lollapalooza ครั้งที่ผ่านมา ในขณะที่นักร้องหนุ่ม Cragun ซึ่งได้จับมือกับ Flume ในการทำอีพีชุดใหม่ร่วมกันไปหมาดๆ ก็ไม่พลาดที่จะนำบทเพลงจากอีพีชุดดังกล่าว ทั้ง “Quits” และ “Friends” ขึ้นไปขับร้องให้แฟนๆได้ร้องตามกันเป็นช่วงๆ
 


สำหรับโปรดักชั่นของโชว์นั้น Flume ได้ใช้ลูกเล่นแปลกใหม่ที่เราไม่สามารถละสายตาได้เลย ตั้งแต่สเตจสุดแนว การเล่นกับแสงเลเซอร์ที่ทั้งงดงาม และยังช่วยเสริมอารมณ์ของเพลงได้เป็นอย่างดี พร้อมกับการใช้เรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดออกมาจากความรู้สึกของ Flume โดยตรง ซึ่งทำให้เราเห็นภาพอย่างชัดเจนด้วยงาน Visualiser ที่ดูมีความเป็นศิลปะสุดๆ นอกจากนี้ เรายังได้เห็นเขาปล่อยตัวเองให้ล่องลอยไปกับเสียงดนตรีอยู่ตลอดเวลา ทั้งการลงไปนอนกับพื้น เดินไปปลูกต้นไม้ ขว้างกระถาง ใช้ค้อนทุบวิทยุและทีวี ฯลฯ แต่ที่ได้ใจแฟนๆชาวไทยไปแบบเต็มๆคงหนีไม่พ้นโมเมนต์ที่เขาใช้โปรแกรม Siri ในการสื่อสารภาษาไทยด้วยข้อความสุดน่ารัก และแอบแฝงไปด้วยความขี้เล่นของเขา
 


Live Set ของ Flume ในครั้งนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปรากฎการณ์แห่งปีเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากเราจะได้ดื่มด่ำไปกับเสียงดนตรีสังเคราะห์ที่มีสไตล์แตกต่าง ผ่านการเติมแต่งด้วยเทคนิคมากลูกเล่นแล้ว ศิลปินอัจริยะหนุ่มคนนี้ยังแสดงให้เราเห็นถึงแพชชั่นที่เขามีสิ่งที่ตัวเองทำอย่างแรงกล้า และมันก็ส่งมาถึงคนดูได้อย่างเต็มเปี่ยมตลอดทั้งโชว์อีกด้วย ซึ่งถ้าจะบอกว่าเขาปฏิบัติต่อเสียงดนตรีราวกับงานศิลปะก็ไม่ผิดนัก

Setlist:

Hi This Is Flume / Amber (Intro)
Sleepless
High Beams
Never Be Like You - feat. Vera Blue
Spring
Friends - feat. Reo Cragun
Jewel
Let You Know
Is It Cold in the Water
Smoke & Retribution
Insane
Tennis Court
On Top
Holding On
How to Build a Relationship
Wall Fuck
Hyperreal
Rushing Back - feat. Vera Blue
MUD
Hyperparadise
Free
Quits - Reo Cragun
Say It
You and Me
Ecdysis
Drop the Game
Tiny Cities


เครดิตภาพ: White Noise

เนื้อหาทั้งหมดที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์นี้อยู่ภายใต้ความคุ้มครองลิขสิทธิ์และกฎหมาย ทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยและระหว่างประเทศ และห้ามทำซ้ำ เผยแพร่ ส่งผ่าน แสดง ตีพิมพ์หรือถ่ายทอดโดยที่ไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัทบี อีซี-เทโร เรดิโอ จำกัด และ/หรือบริษัทในเครือก่อน หรือจากเจ้าของเนื้อหา ในกรณีที่เนื้อหาดังกล่าวเป็นของบุคคลภายนอก ห้ามแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือนำออกไปซึ่งเครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์หรือเครื่องหมายอื่นใดที่ปรากฎอยู่ในเนื้อหาโดยเด็ดขาด